| ฐัฐฐิกร's profile~(*0*~) Kw@nG (~*0*)~PhotosBlogNetwork | Help |
|
|
~(*0*~) Kw@nG (~*0*)~April 06 แสงสว่างกับความมืด ทำไมคนถึงกลัวความมืด?
ทำไมคนถึงชอบแสงสว่าง?
ความมืด คืออะไร แสงสว่าง คืออะไร?
ความมืด คือ สิ่งที่เรามองไม่เห็น สิ่งที่เราไม่รู้ ไม่อาจบอกได้ว่ามันเป็นอย่างไร
ความสว่าง คือ สิ่งที่ตรงข้ามกับความมืด เรารับรู้ได้ จำแนกได้ มองเห็นได้
คนเรามักจัดเรื่องไม่ดีไม่งามให้เกี่ยวกับความมืด ความชั่วต่างๆ เรียกไปต่างๆนาๆ ด้านมืดบ้าง นรกบ้าง
เรื่องที่ดีงามก็จัดมาด้านสว่าง ทำดีอย่างงู้นบ้าง อย่างงี้บ้าง
แต่ทำไมคนเรายังกลัวความมืด เพราะเราไม่รู้ เราคาดการณ์ไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในความมืด
และเราก็ไม่รู้เช่นกันว่าสิ่งที่เราเห็น เรารู้ในความสว่างนั้น เป็นจริงหรือไม่
ดังนั้นคนเราจึงเลือกที่จะบอกตัวเองว่าจงอยู่ในความสว่าง อย่าอยู่ในความมืด เพราะอย่างน้อยก็ยังรับรู้อะไรๆได้หลายอย่าง
แม้บางครั้งเรื่องต่างๆ นั้นอาจไม่เคยเกิดขึ้นจริง
ในความจริงแล้ว คนเรายืนอยู่บนกึ่งกลางของความมืดและความสว่าง
ไม่มีใครยืนอยู่บนด้านเดียว ไม่ใครมืดหมด สว่างหมด
เพราะความมืด คือ จุดกำเนิดของความสว่าง
ในไบเบิ้ลกล่าวถึงเรื่องในครั้งที่พระเจ้าสร้างจักรวาลว่า "เมื่อพระองค์ตรัสว่าแสง แสงจึงบังเกิด"
นั่นแสดงว่าแต่เดิมจักรวาลนั้นมีความมืดอยุ่ก่อน แสงจึงบังเกิดตามมา
จงอย่ากลัวความมืด อย่าให้ความสว่างบดบังตา เปิดใจรับรู้ทั้ง 2 ด้าน
เพราะทั้งความมืดและความสว่างอยู่กับเรามาตั้งแต่จุดเริ่มต้น เราหนีไม่ได้แต่รู้จักและเลือกที่จะใช้ทั้งความมืดและความสว่างของเราได้
ให้รู้ไว้ว่า "เมื่อมีความมืด แสงสว่างจึงจักมีคุณค่า" March 18 Darkman กับน้องหมาทั้ง 8 หลังจากได้รับบัญชาจากพระบิดาให้มาดูแลบ้านกับฝูงหมา (8 ตัวคงต้องเรียกว่าฝูงแล้ว) เป็นเวลา 12 วัน เพราะไม่มีใครอยู่บ้านเลยซักคน ความซวยเลยมาตกอยู่กับเราเอง ทำให้นึกถึงประโยคยอดฮิตใน spider man "พลังอันยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง" แต่เราไม่มีพลังอันยิ่งใหญ่นี่หว่า เหลือแต่ความรับผิดชอบอันโคตรใหญ่ยิ่งเลย เพราะปกติตอนอยู่บ้านนี่แม่จะเป็นเป็นคนกวาดบ้านให้ เราก็มีหน้าที่ช่วยทำอาหารกะล้างจาน แต่ ณ บัด now กูอยู่คนเดียว เลยต้องทำทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ กวาดบ้าน ถูบ้าน รดน้ำต้นไม้ ทำกับข้าว ซักผ้า ล้างจาน แต่อันนี้มันไม่เท่าไหร่ เบๆ มาก ที่เป็นปัญหาปวดกบาลจริงๆ นั่น คือ
"น้องหมาทั้ง 8"
หลายๆคนต้องเคยมีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเองบ้างแหละ อาจจะมีเมื่อนานมาแล้วหรือตอนนี้ก็ยังมีอยู่ แต่ส่วนใหญ่คนจะนิยมเลี้ยงกันแค่ตัวหรือสองตัวใช่มะ แต่ที่บ้านนี่มีถึง 8 (ตอนแรกมี 9 แต่ไปปสู่สวรรคาลัยซะก่อนที่จะกลับมาบ้านซะ 1) จาก 3 generation แถมหลากสายพันธุ์ซะด้วย ทั้งลิโพชิสุพันธุ์ทาง (จอมวุ่นวายสุดขีด) เจสซี่ร๊อตไวเลอร์ขนาดหมีควาย (แต่ขี้อ้อนยังกะหมาเด็กๆ) เช (นักเลงเรียกพี่) แบร์ต๋า (ชื่อว่า แบร์ แต่ต้องเรียกแบร์ต๋าถึงจะหัน) บัดดี้ (ชาติที่แล้วเป็นผู้ดีเก่า เรียบร้อยมั่กๆ) ซูชิ (หมาพูดได้ หิวก็มาเรียก) สโนว์ไวท์ (ขนขาวมากๆ) แล้วก็จีจี้ (แม่หมาใจเด็ด สอนลูกตัวเองให้สู้คน) แต่ละตัวมันก็มีนิสัยต่างๆกันเหมือนคนเรานั่นแหละ บางตัวก็เป็นหมารับแขก ขี้เล่นไปเรื่อย บางตัวก็เป็นนักเลงคุมวินมอเตอร์ไซ ขู่เค้าไปซะหมด เดาใจมันยากเหมือนกัน ที่นี้เมื่อเสร็จกิจการอื่นๆ ก็ต้องมาดูแลเหล่าหมาๆ ให้อาหารทีละ 8 จาน ที่สำคัญให้อาหารเม็ดอย่างเดียวไม่ได้ ต้องผสมอาหารกระป๋อง ใส่น้ำปลาเพิ่มรสชาติให้ด้วย แม่เจ้าโว้ย! หมาหรือคนกินวะเนี่ย พอกินเมนูซ้ำๆกันบ่อยๆก็เบื่ออีก เอามาตั้งไว้ก็ไม่กินละ ดมๆแล้วก็เชิดหน้าหนีไป (แถวบ้านเรียก หมาไม่แดก) ทำให้ตั้งนานดันไม่กินซะอีก ต้องเรียกมานั่งป้อนทีละคำถึงจะยอมกิน กินเสร็จก็ต้องมาเล่นกะมัน เป็นการให้หมาออกกำลังกาย แต่คนน่ะจะตาย เพราะเจสซี่กระโดดทีเกือบถึงคอเราเลยแถมหนักอีกต่างหาก บางทีก็ต้องมาเกาท้องให้มันรู้สึกสบายๆ พอจะกัดกันก็ต้องเข้าไปห้าม พอหมาๆปวดขี้ก็ต้องไปเดินดู เดินโกยใส่ถุงไปทิ้งแถมตั้ง 8 ตัวแน่ะ โกยจนเหนื่อยเลย เป็นการเลี้ยงหมาที่เหนื่อยมากๆ ประมาณว่าจะไม่ขอเลี้ยงหมาเยอะขนาดนี้อีกแล้ว แต่พอมานั่งคิดๆดูก้ได้อะไรจากหมาๆทั้งหลายเหมือนกัน หมามันก้ไม่ต่างจากคนเท่าไหร่หรอก มันก็มีอารมณ์แบบปุถุชนคนธรรมดาทั่วไป มันสอนอะไรเราได้หลายๆอย่างทั้งการเอาใจเขาไปใส่ใจเรา (ดูว่าหมามันเป็นยังไง สบายดีมั๊ย) ที่สำคัญ คือ "ความรับผิดชอบ" ไม่ใช่แค่รับผิดชอบในหน้าที่ที่ต้องดุแลให้อาหารมันเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการรับผิดชอบชีวิตอื่นอีก 8 ชีวิตให้เค้าอยู่รอดปลอดภัย สบายกายสบายใจ ทำให้เราต้องระลึกอยุ่เสมอว่าอย่าลืมให้อาหารนะ ถ้าลืมมันก็หิว เดี๋ยวมันจะเป็นอะไรรึเปล่า จะไม่สบายมั๊ย มันมางอนกูเรื่องอะไรฟะ เรียกก้ไม่มา มองหน้าแล้วทำเมิน มันคล้ายๆกับชีวิตครอบครัวหรือชีวิตการทำงานนั่นเอง เราก็เป็นเหมือนพ่อของน้องหมาทั้ง 8 ตัวนั่นแหละ เราก็ต้องดูแลเค้าให้ดี สอนว่าอะไรควรไม่ควรทำ ให้มันถูกต้องตามครรลองคลองธรรม ทำให้เรารู้ว่าการรับผิดชอบชีวิตคนอื่นนี่มันเหนื่อยนะ เหนื่อยมากๆด้วย แต่เมื่อตัดสินใจจะทำแล้วก็ต้องทำให้ดี ทำให้เค้าดำเนินชีวิตต่อไปด้วยดี มีความสุข และเป็นการจัดระเบียบความรับผิดชอบของเราเองอีกด้วย ซึ่งเมื่อก่อนเราอาจจะไม่ได้คิดถึงขนาดนี้ เราอาจจะยังคิดอะไรสนุกๆ แต่พอผ่านมาตรงนี้ถึงได้รู้ว่าบางทีชีวิตมันก็ต้องใช้ความรับผิดชอบอีกเยอะ ยิ่งการจะมีคนอื่นเข้ามาในชีวิต เราก็ต้องมั่นใจได้ว่าเราพร้อมที่จะรับผิดชอบเค้าได้นะ เราจะไม่ทำให้เค้าเสียใจนะ เราจะไม่ทำให้ชีวิตมันล่มจมไปนะ ให้ทั้งเราและเค้าไปถึงจุดหมายที่ตั้งใจเอาไว้
เริ่มจะออกทะเลอีกละ กะว่าจะเขียนแบบซีเรียสๆ แต่ก้ไม่ได้ซักที แต่ช่างเหอะ เอาเป็นว่า
"ขอบคุณคุณพ่อ คุณแม่ และน้องหมาทั้ง 8 ที่ทำให้คิดได้ขนาดนี้"
เอเมน May 24 มือใหม่ ทดลองขีดๆ เขียนๆ ดู เห็นชาวบ้านชาวช่องเค้าทำกันเยอะ เลยครั่นเนื้อครั่นตัวอยากลองดูมั่ง เจ๊งโบ๊ะช่างมันเพราะข้าพเจ้าทำเพื่อสนองความซาดิสส่วนบุคคล 555+
เมื่อวานไปร่วมงานเผาศพรุ่นน้องจิตวิทยามา เจอทั้งเพื่อนๆ น้องๆ ที่น่ารักหลายๆ คน แต่ละคนรักฉานจริงๆ พอรู้ว่ากำลังจะเป็นปีที่ 6 นี่ก็มาแสดงความยินดีกันใหญ่ ทั้งน้องเทพ น้องมด และน้องๆ ที่เพิ่งจบทั้งหลาย แหม..น่าจับมาเหนี่ยวจริงๆ ไปงานนี้ก็รู้สึกว่าปลงได้อีกเยอะ รู้ว่าชีวิตคนเรามันไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่แน่นอน ฉะนั้นอยากทำอะไรก็คงต้องรีบๆ ทำแล้ว วันดีคืนดีเราก็อาจจะไปนอนอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้านั่นบ้างก็ได้ ใครจะไปรู้ จบจากงานเผาก็ไปเดินเซ็นทรัลต่อกับน้องๆ จิตวิทยาที่เพิ่งจบไปร่วมๆ 15 ชีวิต โอ้โห...ไม่ได้มานาน สาวๆ มันแจ่มจริงๆ ยืนดูกับไอ้ปุก ไอ้โฟล์ค จนตาแฉะ ดูจนหิวข้าวเลย และแล้วมติจากที่ประชุมรัฐสภาก็ฟันธงมาว่าไปแดกซิสเล่อร์ โอ้วกู...เหงื่อแตกซิครับ หยิบกระเป๋าตังมาดูแล้วมันบาดใจ แต่ด้วยความแรดส่วนบุคคล ก็กูจะแดกวันนี้ พรุ่งนี้จะแดกอะไรค่อยว่ากัน กินแกลบก็ช่างมัน เดี๋ยวไปนั่งบนสะพานลอยเอา ว่าแล้วก็ไปเลยครับท่าน พยายามหาเมนูที่มันไม่เกิน 150 บาท ....มีแต่สลัด ที่เหลือนี่ 250 อัพ ถึงกับหน้ามืด (ปกติก็มืดพอสมควรอยู่แล้ว) คิดไม่ตกว่าจะแดกอะไรดี โชคดีที่ไอ้โฟล์คมันมีไอเดียแจ่มๆ ขึ้นมา "สั่งชุดอาหารสำหรับ 4 คนแดกไงพี่ ตกคนละ 200 บาทเอง" เออ...เข้าท่าดีเว้ย ว่าแล้วก็รวมหัวกระผม ไอ้เต๋อ ไอ้ปุก และไอ้โฟล์ค สั่งมาเลย อิ่มหมีพีมันกันถ้วนหน้า ส่วนไอ้เอิร์ทนี่กินขาดสุดแล้วครับ ตังไม่จ่ายแต่แอบแดกสลัดบาร์เขา แดกอิ่มคุ้มไปเลย (วันหลังพี่จะทำแบบแกมั่ง) ส่วนไอ้ปุกก็หน้าบานเพราะนอกจากแดกอิ่มแล้ว ยังมีสาวมาชวนไปเดินเล่นอีก (คงไม่ต้องบอก...คนที่คุณก็รู้ว่าใคร) อยากกระโดดดรอปคิกมันจริงๆ ขากลับก็นั่งรถสปอร์ตสุดหรูของน้องเอิร์ทกลับ มันช่างใหญ่โตจริงๆ รถคันนี้ เล่นซะกูตัวลีบติดขอบประตูเลย คาดว่าน้ำหนักคงหายไปหลายกิโล
ดูๆ เหมือนวันๆ ชีวิตมันไม่ค่อยจะมีสาระ แต่คนเรามันก็ต้องมีความสุขกับชีวิตสิมันถึงจะดีที่สุด ถ้าเครียดเพราะมีสาระก็อย่ามีให้มันมากไป เดี๋ยวพาลเดือดร้อนชาวบ้านไปดูคนกระโดดตึกแบบในข่าวทุกๆ วันนี้อีก หลายๆ คนถามว่าที่ไม่จบนี่เครียดไหม ก็เครียดนะ แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตอะไร ไม่จบก็ยังไม่จบ อยู่สนุกสนานกับน้องๆ ทั้งหลายไปก่อน เพราะมันก็มีความสุข สนุกสนานดีอยู่แล้ว ถ้าจบเมื่อไหร่เดี๋ยวจะประกาศให้ทราบ แล้วจัดงานสมโภช 7 วัน 7 คืนด้วยเลย ดีไหม...อิอิ |
|
||
|
|